หมวดหมู่: บทวิเคราะห์
logo aceบล.เออีซี : Daily Focus
 
AECS Daily Focus
---------------------
Market Outlook
•    วันนี้คาด SET Index ลงต่อ จากความเสี่ยงจากประเด็นกังวลสงครามทางการค้าสหรัฐฯ-จีน และ Consensus ปรับลดประมาณการ EPS ลงต่อเนื่อง ประเมิน SET มีแนวรับที่ 1,600 จุด
Market Factor
•          (-) บริษัทเทคโนโลยีในสหรัฐฯเริ่มทำตามคำสั่งภาวะฉุกเฉินแห่งชาติที่สหรัฐฯออกคำสั่งห้ามใช้อุปกรณ์โทรคมนาคมของบริษัทหัวเว่ยและบริษัทในเครือเพื่อความมั่นคงทางด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ
•          (+) กลุ่ม OPEC ส่งสัญญาณขยายระยะเวลาลดกำลังการผลิตน้ำมันดิบลงไปจนถึงปลายปีนี้หลังการประชุมที่ซาอุฯเสร็จสิ้นอย่างไรก็ดีติดตามความชัดเจนในการปรับลดกำลังการผลิตอีกครั้งในการประชุมใหญ่ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรียวันที่ 25-26 มิ.ย. 62
•         (-) Consensus ปรับลดประมาณการ EPS โดยข้อมูลจาก Bloomberg Consensus พบว่าเมื่อต้นปี EPS ปี 62 ที่ 115.11 บาท ขณะที่ปัจจุบันเหลือเพียง 107.66 บาท หรือลดลง 6.47%Year To Date
•          (-) Update Flow ต่างชาติเมื่อวานศุกร์ที่ผ่านมายังคงไหลออกจากตลาดหุ้นไทยกว่า 1,394.36 ลบ. ส่งผลให้ MTD ต่างชาติขายสุทธิ 15,926.43 ลบ.
•    Investment Strategy
•    ภาพระยะกลางมองทิศทางของ SET Index แกว่งลงต่อ เพราะปัจจัยลบ อันได้แก่ 1) สงครามการค้าทวีความรุนแรงยิ่งขึ้น 2) การปรับลดประมาณการกำไรบริษัทจดทะเบียนของ Bloomberg Consensusซึ่งจะทำให้ EPS ของ SET Index ปรับตัวลดลง PE ปรับตัวสูงขึ้น ทำให้ Valuation ไม่น่าสนใจ และ 3) จับตาประเด็นการเมืองโดยเฉพาะอย่างยิ่งการจัดตั้งรัฐบาลผสมชุดใหม่ โดยหากเกิดกรณีสัดส่วนใกล้เคียงกันระหว่างจำนวน ส.ส. และฝ่ายค้าน ดังนั้นท่ามกลางความผันผวนแนะนำลดพอร์ตการลงทุน ถือเงินสดให้มากขึ้น หากดัชนีย่อแถว 1,600 จุด มองเป็นโอกาสเข้าซื้อหุ้นใน 1 กลุ่ม Defensive,1 กลุ่ม Growth และ 1 กลุ่มราคาถูก ดังนี้
•    กลุ่มหุ้นกระแสเงินสดแข็งแกร่ง: ท่ามกลางความผันผวนของตลาดหุ้นเราเลือกหุ้นที่มีความมั่นคงทางกระแสเงินสดจากการดำเนินงาน  ได้แก่ กลุ่มพลังงานทางเลือก แนะนำTPCH (แม้ช่วง 1Q62 กำไรโตเพียง 4.4%YoY เพราะมีโรงไฟฟ้าหยุดเดินเครื่องเพื่อซ่อมบำรุงเครื่องจักร แต่อย่างไรก็ดีมองระยะยาวมีแนวโน้มโตสดใสจากเป้าปี 63 จะเพิ่มกำลังการผลิตโรงไฟฟ้าชีวมวลเป็น 200 MW และโรงไฟฟ้าจากขยะกำลังการผลิต 50 MW จากปัจจุบันมีโครงการโรงไฟฟ้าที่ COD แล้ว 60 MW, โครงการที่อยู่ระหว่างก่อสร้าง 49 MW และโครงการที่อยู่ระหว่างพัฒนา 10 MW) และ SSP (ช่วง 1Q62 กำไรโต 16.4%YoY จากการเพิ่มขึ้นของปริมาณพลังงานไฟฟ้าที่จำหน่ายได้ของโครงการต่างๆ  และการบริการรับเหมาก่อสร้างโซลาร์บนหลังคาโดยปี 62 ตั้งเป้า COD เพิ่มอีก 65.6 MW จากโซลาฟาร์มมองโกเลีย 16 MW และโซลาร์ฟาร์มเวียดนาม 49.6MW ส่งผลให้สิ้นปีกำลังการผลิตไฟฟ้าเพิ่มเป็น 157.1MW จากปี 61 ที่ 90.4MW) นอกจากนี้มองกลุ่มสาธารณูปโภคเป็น OASIS ยามเมื่อตลาดหุ้นไทยผันผวน เลือก TTW (กำไรสุทธิช่วง 1Q62 โต 10.4%YoY หลังรายได้ขายน้ำประปารวมของทั้ง TTW และ PTW เพิ่มขึ้น 4%YoY ตามความต้องการใช้น้ำประปาของครัวเรือนที่เพิ่มขึ้น บวกกับส่วนแบ่งกำไรจาก CKP (TTW ถือหุ้น 25.3%)เพิ่มขึ้นจากเพียง 3.2 ลบ. ในช่วง 1Q61 เป็น 35.3 ลบ. สอดคล้องกับปริมาณขายไฟที่มากขึ้นของโรงไฟฟ้าน้ำงึม 2) และ BAFS (กำไรสุทธิช่วง 1Q62 เติบโต 7.8%YoY จากปริมาณน้ำมันเพิ่มขึ้น 4.9%YoY ส่วนปี 62ตั้งเป้ารายได้โต 10%YoY และเป้าปริมาณการเติมน้ำมันโต 4-5%YoY ตามจำนวนเที่ยวบินที่เพิ่มขึ้นพร้อมกับเริ่มรับรู้รายได้ท่อส่งน้ำมันบางปะอิน-พิจิตร ปี 62 ราว 200 ลบ. และเตรียมเข้าประมูลโครงการจัดเก็บและเติมน้ำมันในสนามบินอู่ตะเภา)
•    กลุ่มโลจิสติกส์: มองกลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ ได้อานิสงส์บวกจากการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ แนะนำ BEM (ช่วง 1Q62 ประกาศกำไรสุทธิ โต 16.69%YoY โดยตั้งเป้าปีนี้ธุรกิจรถไฟฟ้ามีจำนวนผู้โดยสารจะเติบโต    5-7%YoY จากปีก่อนมีจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ย 3.1 แสนเที่ยวคน/วันทั้งนี้ตั้งเป้าปี 64 จำนวนผู้โดยสารจะแตะ 5-5.5 แสนเที่ยวคน/วัน จากการเปิดเดินรถส่วนต่อขยายสายสีน้ำเงินช่วงหัวลำโพง-หลักสอง ก.ย. 62 และช่วงเตาปูน-ท่าพระ มี.ค. 63 ส่วนปริมาณจราจรบนทางด่วนปีนี้ตั้งเป้าเติบโต 1-2%YoY ใกล้เคียงปีก่อนที่เติบโต 1.3%YoY นอกจากนี้ยังมีปัจจัยบวกหลังบอร์ด กทพ.อนุมัติต่อสัญญาสัปมทานทางด่วน 3 สัญญากับ BEM ออกไป 30 ปี แลกยุติคดีข้อพิพาท 1.3 แสน ลบ.) 
•    กลุ่มธนาคาร: มองหุ้นกลุ่มนี้ Cheap Valuation เนื่องจากราคาปรับตัวลงต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน BANK Sector เทรดที่ระดับ Trailing PBV 1x (ขณะที่ Downside ตอน Hamburger crisis ลงไปประมาณ 0.7x-0.8x) ซึ่งข้อมูลจาก Bloomberg พบว่า Total Return ของ SETBANK Index ตั้งแต่ Hamburger crisis จนถึงปัจจุบันเฉลี่ยต่อปีอยู่ที่ระดับ 8.11% ซึ่งหากเรา Implied ว่าเป็นระดับ Cost of Equtyในอนาคต จะพบว่าเป็นระดับที่ต่ำกว่า Expected ROE (Bloomberg Consensus) ซึ่งปี 62 คาดไว้ที่ 9.49% และปี 63 คาดไว้ที่ 9.63% ดังนั้น BANK Sector ควรจะเทรดมากกว่า BVPS ตาม GGM ทั้งนี้ TOP PICK เลือก KBANK ด้วยเหตุผลและหลักการคล้ายกับแนวคิดข้างต้นบวกกับคุณภาพสินเชื่อที่ยังดี
•    กลุ่มสินเชื่อจำนำทะเบียนรถ: คาดมีโอกาสเติบโตได้ดีจากอัตราการขยายตัวของพอร์ตลูกหนี้ที่เพิ่มขึ้นตามความต้องการกู้ยืมเงินของกลุ่มลูกค้ารายย่อยที่ยังมีอยู่มากและได้รับผลบวกจากการที่ธปท. เข้ามาควบคุมด้านกฏระเบียบอย่างเข้มงวดทำให้คาดจะมีเม็ดเงินไหลเข้ามาในกลุ่มของผู้ประกอบการที่อยู่ในระบบมากขึ้นดังนั้นเราจึงมองราคาหุ้นที่ปรับตัวลงในสัปดาห์ก่อนเป็นจังหวะที่น่าซื้อสะสมแนะนำ SAWAD (คาดกำไรปี62โต30.8%YoYหนุนด้วยเป้าพอร์ตสินเชื่อโต 20-30% พร้อมแผนเปิดสาขาใหม่อีก300-400 สาขา,  Asset Yield ฟื้นตัวตามสัดส่วนการรับรู้รายได้ผ่านสัญญาเงินกู้ผ่านBFIT ที่มากขึ้นและต้นทุนทางการเงินที่ปรับลงหลังได้รับเงินเพิ่มทุนจากพันธมิตร) และMTC (คาดกำไรปี62โต20.9%YoYหนุนด้วยแผนเปิดสาขาใหม่ตามเป้าณสิ้นปีที่ 3,900 สาขาต้นทุนทางการเงินที่มีแนวโน้มลดลงหลัง TRIS ปรับเพิ่ม Rating ของบริษัทขึ้นและภาระตั้งสำรองหนี้สงสัยจะสูญที่น้อยลง)
 
    17-May-19    Change (pts.)    16-May-19
SET Index    1,608.11    -6.64    1,614.75
SET50 Index    1,068.45    -4.80    1,073.25
SET100 Index    2,355.80    -12.01    2,367.81
 
High    1,622.33    Gainers          427 
Low    1,606.69    Unchanged    364
Value (Bt m)    47,013.92    Losers   982 
Volume (*000)    16,468,103          
 
Market Valuation
SET Data    2018F    2019F    Long Term
Fwd PER (x)    14.9    13.7    13.7
EPS Growth (%)    13.9    9.3    5.8
EV/EBITDA (x)    10.2    9.5    9.2
FWD PBV (x)    1.8    1.7    1.6
Dividend Yield (%)    3.3    3.6    3.8
ROE    11.5    11.7    11.5
 
Net Buy/Sell by Investor Types
Unit : M Bt    17-May-19    WTD    MTD    YTD
Institution    2,011.53    788.05    59.47    44,364.15
Proprietary    (1,577.78)    (1,647.79)    1,213.25    8,044.74
Foreign     (1,394.36)    (7,594.53)    (15,926.44)    (25,634.99)
Individual    960.61    8,454.27    14,653.73    (26,773.90)
AECS ( Fundamental and Strategic Team )
อิศรา เลิศสุดคนึง (ID.033432)    Itsara.l@aecs.com
ตฤณ  สิทธิสวัสดิ์ (ID. 091364)    Trin.s@aecs.com
จิรภัทร  โบสุวรรณ (ID. 040051)    Jirapat.b@aecs.com
ภัทรพล จันทร์อินทร์ (ID. 089932)    Patarapon.j@aecs.com
ธีรยุทธ  ฤทธิเผ่าพันธุ์    ผู้ช่วยนักวิเคราะห์
สุวรรณา อัศวเหล่าวรพงศ์    Data Support / Secretary

ooKbee1

corehoon NEW2

 

 

ข่าวล่าสุด!!